องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่า
อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
https://www.laolocal.go.th
นายพัด  เถื่อนมิ่งมาตร
นายพัด เถื่อนมิ่งมาตร
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่า
บุคลากร
  • ข้อมูลพื้นฐาน
  • ข้อมูลทั่วไป
  • โครงสร้างหน่วยงาน
  • ข้อมูลผู้บริหาร
  • วิสัยทัศน์ พันธกิจ อำนาจหน้าที่
  • แผนการขับเคลื่อนหน่วยงาน
  • ข้อมูลการติดต่อหน่วยงาน
  • กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
  • แผนดำเนินงาน
  • แผนดำเนินงานประจำปี
  • รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงานรอบ 6 เดือน
  • รายงานผลการดำเนินงานประจำปี
  • การปฏิบัติงาน
  • มาตรฐานการปฏิบัติงาน
  • การให้บริการ
  • มาตรฐานการให้บริการ
  • ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
  • นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • รายงานการดำเนินงาน
  • ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
  • ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
  • รายงานการกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ รอบ 6 เดือน
  • รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
  • รายงานงบแสดงฐานะการเงิน
  • การจัดซื้อจัดจ้าง/การจัดหาพัสดุ
  • แผนการจัดซื้อจัดจ้าง/แผนการจัดหาพัสดุ
  • สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างรายเดือน
  • สรุปผลการจัดหาพัสดุรายเดือน
  • รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี
  • รายงานผลการจัดหาพัสดุประจำปี
  • ประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุ
  • การจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
  • แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
  • ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
  • ข้อมูลเชิงสถิติเรื่องการร้องเรียนการทุจริตประจำปี
  • การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
  • ช่องทางการรับฟังความคิดเห็น
  • การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
  • เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร
  • เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร
  • การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
  • การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
  • การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
  • มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
  • รายงานผลการดำเนินการมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
  • แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
  • แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตประจำปี
  • รายงานการกำกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจริต รอบ 6 เดือน
  • รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี
  • งานทรัพยากรบุคคล
  • การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
  • การบรรจุและแต่งตั้งบุคลากร
  • การพัฒนาบุคลากร
  • การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
  • การให้คุณให้โทษและการสร้างขวัญกำลังใจ
  • นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล
  • ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
  • ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
  • คู่มือการจัดตั้งข้อมูลข่าวสาร
  • การจัดบริการสาธารณะ
  • การประเมินความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริต
  • การประเมินความเสี่ยงการทุจริตประจำปี
  • การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต
  • งานกิจการสภา
  • รายงานการประชุมสภา
  • ประกาศสภาตำบล
  • ประกาศกำหนดสมัยประชุมสภา
  • การเรียกประชุมสภาสมัยสามัญ
  • E-Service
  • ระบบจองห้องประชุม
  • คำร้องแจ้งซ่อมแซมไฟฟ้าสาธารณะ
  • คู่มือ E-Service
  • ช่องทางการแจ้งเบาะแสการติดตั้งป้ายโฆษณา
  • มาตรการเสริมสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม
  • ประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • การขับเคลื่อนจริยธรรม
  • การประเมินจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • งานตรวจสอบภายใน
  • กฎบัตรการตรวจสอบภายใน
  • ศูนย์บริการร่วม One Stop Service
  • คำสั่งแต่งตั้งศูนย์บริการร่วม
  • ประกาศศูนย์บริการร่วม
  • ข้อมูลสำหรับประชาชน
    Social Network
    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
    online ขณะนี้
       คน
    สถิติวันนี้
    96   คน
    สถิติทั้งหมด
    144989   คน
    เริ่มนับวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561

    ประชาคมหมู่บ้าน 

    ได้ลงพื้นที่ โครงการ อบต.เคลื่อนที่จัดทำเวทีประชาคมตำบลเหล่า เพื่อเพิ่มเติมแผนพัฒนาท้องถิ่น

           เมื่อวันที่19 มีนาคม 2565 สำนักปลัดอบต.ร่วมกับผู้นำชุมชน ได้จัดประชุมประชาคมหมู่บ้านระดับหมู่บ้าน/ตำบลประจำปี2566 เพื่อแจ้งแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นรับทราบปัญหาความต้องการประเด็นการพัฒนาประเด็นที่เกี่ยวข้องและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

           เพื่อนำมากำหนดแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นตามโครงการจัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน/ตำบล ประจำปี 2566

    ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชน

    การมีส่วนร่วม (Participation) ตามพจนานุกรมอังกฤษฉบับอ๊อกฟอร์ด ได้ให้คำนิยามไว้ว่า “เป็นการมีส่วน (ร่วมกับคนอื่น) ในการกระทำบางอย่างหรือบางเรื่อง” คำว่า การมีส่วนร่วม โดยมากมักจะใช้ในความหมายตรงข้ามกับคำว่า “การเมินเฉย (Apathy)” ฉะนั้น คำว่าการมีส่วนร่วมตามความหมายข้างต้น จึงหมายถึง การที่บุคคลกระทำการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือในประเด็นที่บุคคลนั้นสนใจ ไม่ว่าเขาจะได้ปฏิบัติการเพื่อแสดงถึงความสนใจอย่างจริงจังหรือไม่ก็ตาม และไม่จำเป็นที่บุคคลนั้นจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นโดยตรงก็ได้ แต่การมีทัศนคติ ความคิดเห็น ความสนใจ ห่วงใย ก็เพียงพอแล้วที่จะเรียกว่าเป็นการมีส่วนร่วมได้ และยังได้ให้คำจำกัดความของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” หมายถึง การที่กลุ่มประชาชน หรือขบวนการที่สมาชิกของชุมชนที่กระทำการออกมาในลักษณะของการทำงานร่วมกัน ที่จะแสดงให้เห็นถึงความต้องการร่วม ความสนใจร่วม มีความต้องการที่จะบรรลุถึงเป้าหมายร่วมทางเศรษฐกิจและสังคมหรือการเมือง หรือการดำเนินการร่วมกันเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจ มติชน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม หรือการดำเนินการเพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อรองอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ การปรับปรุงสถานภาพทางสังคมในกลุ่มชุมชน

    นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการอีกหลายท่านที่ได้ให้นิยามคำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ไว้ เช่น เจมส์ แอล เครยัน ได้กำหนดความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า เป็นกระบวนการที่รวบรวมเอาความห่วงกังวล ความต้องการและค่านิยมต่าง ๆ ของสาธารณชนไว้อยู่ในกระบวนการตัดสินใจของรัฐและเอกชน เป็นการสื่อสารสองทาง และเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีเป้าหมายเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่าและที่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน[2]

    ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล กล่าวถึง การมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมว่า หมายถึง การที่อำนาจในการตัดสินใจไม่ควรเป็นของกลุ่มคนจำนวนน้อย แต่อำนาจควรได้รับการจัดสรรในระหว่างประชาชน เพื่อทุก ๆ คนได้มีโอกาสที่จะมีอิทธิพลต่อกิจกรรมส่วนรวม[3]

    คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และคณะ ให้ความหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) หมายถึง การกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ร่วมทั้ง การจัดสรรทรัพยากรของชุมชนและของชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยการให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำปรึกษา ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ รวมตลอดจนการควบคุมโดยตรงจากประชาชน

    ปัทมา สูบกำปัง ได้สรุปความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ในรายงานการศึกษา เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ ว่าหมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในกระบวนการนโยบายสาธารณะทั้งในด้านการให้และรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ การร่วมตัดสินใจ ทั้งในขั้นตอนการริเริ่มนโยบาย การจัดทำแผนงาน โครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการปฏิบัติ การติดตาม และประเมินผลตามนโยบายแผนงานโครงการหรือกิจกรรมนั้น

    ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมของประชาชน

    1. คุณภาพของการตัดสินใจดีขึ้น เนื่องจากกระบวนการปรึกษาหารือกับสาธารณชนจะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับวัตถุประสงค์และความต้องการของโครงการหรือนโยบาย และบ่อยครั้งที่การมีส่วนร่วมของประชาชนนำมาสู่การพิจารณาทางเลือกใหม่ ๆ ที่น่าจะเป็นคำตอบที่มีประสิทธิผลที่สุดได้

    2. ใช้ต้นทุนน้อยและลดความล่าช้าลง แม้ว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจะต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการตัดสินใจฝ่ายเดียว แต่การตัดสินใจฝ่ายเดียวที่ไม่คำนึงถึงความต้องการแท้จริงของประชาชนนั้น อาจนำมาซึ่งการโต้แย้งคัดค้านหรือการฟ้องร้องกัน อันทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในระยะยาว เกิดความล่าช้า และความล้มเหลวของโครงการได้ในที่สุด

    3. การสร้างฉันทามติ การมีส่วนร่วมของประชาชนจะสร้างข้อตกลงและข้อผูกพันอย่างมั่นคงในระยะยาวระหว่างกลุ่มที่มีความแตกต่างกัน ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ลดข้อโต้แย้งทางการเมืองและช่วยให้เกิดความชอบธรรมต่อการตัดสินใจของรัฐบาล

    4. การนำไปปฏิบัติง่ายขึ้น การเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำให้ประชาชนมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของการตัดสินใจนั้น และทันทีที่การตัดสินใจได้เกิดขึ้น พวกเขาก็อยากเห็นมันเกิดผลในทางปฏิบัติ และยังอาจเข้ามาช่วยกันอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย

    5. การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่เลวร้ายที่สุด เพราะการเปิดโอกาสให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาแสดงความต้องการและข้อห่วงกังวลตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จะช่วยลดโอกาสของการโต้แย้งและการแบ่งฝ่าย ที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรงได้

    6. การคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม เนื่องจากกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อสาธารณชนและเกิดความชอบธรรมโดยเฉพาะเมื่อต้องมีการตัดสินใจในเรื่องที่มีการโต้แย้งกัน

    7. การคาดการณ์ความห่วงกังวลและทัศนคติของสาธารณชน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มาทำงานร่วมกับสาธารณชนในกระบวนการมีส่วนร่วม พวกเขาจะได้รับรู้ถึงความห่วงกังวล และมุมมองของสาธารณชนต่อการทำงานขององค์กร ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถคาดการณ์ปฏิกิริยาตอบสนองของสาธารณชนต่อกระบวนการและการตัดสินใจขององค์กรได้

    8. การพัฒนาภาคประชาสังคม ประโยชน์อย่างหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนคือ ทำให้ประชาชนมีความรู้ทั้งในส่วนของเนื้อหาโครงการและกระบวนการตัดสินใจของรัฐ รวมทั้งเป็นการฝึกอบรมผู้นำ และทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ทักษะการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

    เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน

    เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชน มี 3 ประการ คือ

    1. การมีอิสรภาพในการเข้าร่วม หมายถึง การเข้าร่วมต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ

    2. ความเสมอภาคในการเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง ทุกคนที่เข้าร่วมต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน

    3. ผู้เข้าร่วมต้องมีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมกิจกรรม หมายถึง มีความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ แต่หากกิจกรรมที่กำหนดไว้มีความซับซ้อนเกินความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย ก็จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้พวกเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้

    ระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

    การแบ่งระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนอาจแบ่งได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความละเอียดของการแบ่งเป็นสำคัญ โดยมีข้อพึงสังเกตคือ ถ้าระดับการมีส่วนร่วมต่ำ จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมจะมาก และยิ่งระดับการมีส่วนร่วมสูงขึ้นเพียงใด จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมก็จะลดลงตามลำดับ ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียงตามลำดับจากต่ำสุดไปหาสูงสุด ได้แก่

    1. ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับต่ำสุด และเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้วางแผนโครงการกับประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น การแถลงข่าว การแจกข่าวสาร และการแสดงนิทรรศการ เป็นต้น แต่ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเกี่ยวข้องใด ๆ

    2. ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก กล่าวคือ ผู้วางแผนโครงการจะเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินข้อดีข้อเสียของโครงการอย่างชัดเจนมากขึ้น เช่น การจัดทำแบบสอบถามก่อนริเริ่มโครงการต่าง ๆ หรือการบรรยายและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนั้น ๆ เป็นต้น

    3. ระดับการปรึกษาหารือ เป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการระหว่างผู้วางแผนโครงการและประชาชน เพื่อประเมินความก้าวหน้าหรือระบุประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ เช่น การจัดประชุม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น เป็นต้น

    4. ระดับการวางแผนร่วมกัน เป็นระดับการมีส่วนร่วมที่ผู้วางแผนโครงการกับประชาชนมีความรับผิดชอบร่วมกันในการวางแผนเตรียมโครงการ และผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการ เหมาะที่จะใช้สำหรับการพิจารณาประเด็นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและมีข้อโต้แย้งมาก เช่น การใช้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และการเจรจาเพื่อหาทางประนีประนอมกันเป็นต้น

    5. ระดับการร่วมปฏิบัติ เป็นระดับที่ผู้รับผิดชอบโครงการกับประชาชนร่วมกันดำเนินโครงการ เป็นขั้นการนำโครงการไปปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้

    6. ระดับการควบคุมโดยประชาชน เป็นระดับสูงสุดของการมีส่วนร่วมโดยประชาชน เพื่อแก้ปัญหา ข้อขัดแย้งที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น การลงประชามติ แต่การลงประชามติจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของประเด็นที่จะลงประชามติและการกระจายข่าวสารเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของประเด็นดังกล่าวให้ประชาชนเข้าใจอย่างสมบูรณ์และทั่วถึงเพียงใด โดยในประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมืองแล้ว ผลของการลงประชามติจะมีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม แต่สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติให้ ผลของการประชามติมีทั้งแบบที่มีข้อยุติโดยเสียงข้างมาก และแบบที่เป็นเพียงการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีซึ่งไม่มีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด (มาตรา 165)

    ดาวน์โหลดไฟล์ด้านล่าง :


    เข้าชม : 52